รมว.แรงงาน เผย อาชีพ“กรรมกร” ต่างด้าวทำได้

 

       พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เพื่อพิจารณากำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดอาชีพสงวนใหม่ คือ ให้ต่างด้าวทำได้ 12 อาชีพ 3 แบบ แบ่งเป็น

              1. แบบไม่มีเงื่อนไข 1อาชีพ ได้แก่ กรรมกร

              2.แบบมีเงื่อนไข คือ ต่างด้าวต้องเป็นลูกจ้าง เป็นงานที่ขาดแคลนแรงงาน อนุญาตให้ทำเท่าที่จำเป็น โดยไม่กระทบต่อโอกาสการทำงานของคนไทย 8 อาชีพ ได้แก่ 1.กสิกรรม 2.ก่ออิฐ ช่างไม้ หรือก่อสร้างอื่น 3.ทำที่นอนหรือผ้าห่มนวม 4.ทำมีด 5.ทำรองเท้า 6.ทำหมวก 7.ประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย 8.ปั้นหรือทำเครื่องปั้นดินเผา

              3.แบบมีเงื่อนไข ตามข้อตกลงระหว่างประเทศอาเซียน ซึ่งคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายไทย ก่อนขอรับใบอนุญาตทำงาน 3 อาชีพ คือ 1.บัญชี 2.วิศวกรรม สาขาวิศวกรรมโยธา และ 3.งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรม         

       ส่วนอาชีพสงวนห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาดมี 28 อาชีพ 1.แกะสลักไม้ 2.ทอผ้าด้วยมือ 3.ทอเสื่อ 4.ทำกระดาษสาด้วยมือ 5.ทำเครื่องเงิน 6.ทำเครื่องดนตรีไทย 7.ทำเครื่องถม 8.ทำเครื่องทอง เครื่องเงิน หรือเครื่องนาก 9.ทำเครื่องลงหิน 10.ทำตุ๊กตาไทย 11.ทำบาตร 12.ทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมด้วยมือ 13.ทำพระพุทธรูป 14.ทำร่มกระดาษหรือผ้า 15.เรียงตัวพิมพ์อักษรไทยด้วยมือ 16.สาวหรือบิดเกลียวไหมด้วยมือ 17.ขับรถ 18.ขายของหน้าร้าน 19.ขายทอดตลาด 20.เจียระไนเพชรหรือพลอย 21.ตัดผม ดัดผม หรืองานเสริมสวย 22.นายหน้า หรืองานตัวแทน ยกเว้นงานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าหรือการลงทุนระหว่างประเทศ 23.มวนบุหรี่ด้วยมือ 24.มัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว 25.เร่ขายสินค้า 26.เสมียนพนักงาน หรือเลขานุการ 27.ให้บริการทางกฎหมาย หรืออรรถคดี  28.นวดไทยเป็นงามเพิ่มขึ้นมาใหม่

       ทั้งนี้งานขายของหน้าร้าน ต่างด้าวทำได้ แค่เสิร์ฟ และช่วยขายของ แต่ห้ามเก็บ หรือทอนเงิน ส่วนการเฝ้าร้านแทนนายจ้างได้แค่ชั่วคราว และต้องมีนายจ้างอยู่ด้วย ส่วนร้านเสริมสวย ทั้งร้านตัดผม และทำเล็บ ต่างด้าวทำได้แค่ปัดกวาดเช็ดถูภายในร้าน และล้างมือ เท้าเท่านั้น ห้ามตัดผม สระผม ตัดเล็บ ทาเล็บเด็ดขาด โดยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ทั้งนี้ภายใน 1 เดือน หลังจากประกาศใช้ กระทรวงแรงงานจะเร่งสร้างความเข้าใจกับ นายจ้าง ผู้ประกอบการ จากนั้น 6 เดือน จะมีการพิจารณาผลการบังคับใช้ เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป